ไต้หวันแสดงความอาลัย ในหลวง ร.๙ พร้อมเผยแพร่ภาพเสด็จเยือนปี 2506

ทางการไต้หวันส่งจดหมายพร้อมบทความแสดงความอาลัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตครบ 1 ปี ยกย่องเป็นผู้นำชาวไทยก้าวไปข้างหน้า ชาวโลกประจักษ์ชัดแจ้งในพระปรีชาสามารถและผลงานอันใหญ่หลวงต่อสังคมโลก พร้อมเผยแพร่ภาพหาชมยาก 31 ภาพ ขณะเสร็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐจีนระหว่างวันที่ 5-8 มิถุนายน 2506 ให้ชาวไทยเก็บเป็นที่ระลึก

(12 ต.ค.) นายถง เจิ้นหยวน ผู้แทนรัฐบาล สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทยได้ส่งจดหมายถึงสื่อมวลชนระบุว่า เนื่องด้วยสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทยได้รับไฟล์จากกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) เกี่ยวกับพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐจีน ระหว่างวันที่ 5-8 มิถุนายน พ.ศ.2506 จำนวน 31 ภาพ พร้อมด้วยบทความแสดงความอาลัยฉบับภาษาไทย และจีน พร้อมคำบรรยายจึงต้องการแบ่งปันให้ปวงชนชาวไทยได้เก็บไว้เป็นที่ระลึก

สำหรับบทความแสดงความอาลัยมีเนื้อหาบางส่วนดังนี้

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่งถึงท่าอากาศยานซงซาน กรุงไทเป ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน) อย่างเป็นทางการเป็นเวลา 4 วันระหว่างวันที่ 5-8 มิถุนายน พุทธศักราช2506 โดยมีประธานาธิบดีเจียงไคเช็ค พร้อมด้วยภริยามาดาม ซ่ง เหม่ย หลิง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และประชาชนชาวไต้หวันเฝ้ารอรับเสด็จ (ภาพ: กระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐจีน)

บทความแสดงความอาลัย
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ไทยยุคปัจจุบัน ตลอดระยะเวลา 70 ปีที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองราชย์ พระองค์ทรงห่วงใยและดูแลพสกนิกรอย่างใกล้ชิด ทรงทุ่มเทพระวรกายและสติปัญญาในการผลักดันการสาธารณสุขและความเป็นอยู่ของคนในชนบท โดยเฉพาะทรงมีพระราชดำริในเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนำมาซึ่งการปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทย จึงเป็นที่เทิดทูนรักใคร่ของชาวไทยทุกคน

พระนามของพระองค์ “ภูมิพล” ที่สมเด็จย่าทรงตั้งให้แปลว่า กำลังของแผ่นดิน ดังนั้นตลอดเวลาที่ทรงครองราชย์ พระองค์จึงส่งเสริมการปฎิรูปการเกษตรและรัฐบาลสาธารณรัฐจีนก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมในการพัฒนาของโครงการหลวงและมูลนิธิโครงการหลวง มาตั้งแต่ต้นจวบจนทุกวันนี้เป็นเวลา 40 กว่าปี เมื่อหวนไปดูประวัติศาสตร์ปี ค.ศ.1971 รัฐบาลสาธารณรัฐจีนได้จัดส่งพันธุ์ไม้ผลเมืองหนาวและเมล็ดพันธุ์ผักกว่า 2,000 ต้นมาทดลองปลูกในโครงการหลวงทางภาคเหนือของไทย ปี ค.ศ.1972 โครงการหลวงนำคณะไปดูงานการปลูกไม้ผลเมืองหนาวที่ฟาร์มฟูโซวซานไต้หวัน ปี ค.ศ.1973 รัฐบาลสาธารณรัฐจีนจัดส่งผู้เชี่ยวชาญเกษตร มาสำรวจพื้นที่ทางภาคเหนือของไทย เลือกดอยอ่างขางและดอยปุยเป็นสถานที่ทดลองปลูกไม้ผลเมืองหนาวในโครงการหลวง จากทดลองปลูกไม้ผลเมืองหนาว ขยายการทดลองไปยังพืชผัก ไม้ดอก ปลูกป่า และการพัฒนาชนบทเปลี่ยนแปลงพื้นที่เพาะปลูกทางภาคเหนือของไทย จากปลูกฝิ่นมาเป็นพืชเศรษฐกิจ ความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่สูงภาคเหนือของไทยที่ประสบความสาเร็จอย่างสูง ยังได้นำประสบการณ์นี้ไปถ่ายทอดแนะนำให้กับประเทศเพื่อนบ้านของไทยด้วย จึงกล่าวได้ว่าเป็นตัวอย่างความร่วมมือระหว่างประเทศที่น่ายกย่องสรรเสริญ

เพื่อเป็นการกระชับมิตรภาพความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐจีน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 5 ถึงวันที่ 8 เดือนมิถุนายน พุทธศักราช 2506 โดยได้รับการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติจากประธานาธิบดี เจียงไค เช็ค พร้อมด้วยภริยา ข้าราชการระดับสูงและชาวไต้หวัน เฝ้ารอรับเสด็จที่ท่าอากาศยานซงซานกรุงไทเป ทุกหนแห่งที่พระองค์เสด็จไปถึงชาวไต้หวันเฝ้ารอรับเสด็จอย่างเนืองแน่น พระองค์เสด็จไปทอดพระเนตรเขื่อนชลประทานซึเหมิน ที่อำเภอเถาหยวน สถาบันฝึกอบรมการปฎิรูปที่ดิน ทรงสอบถามเกี่ยวกับนโยบาย “การลดค่าเช่าที่นา 375 ” การจัดสรรที่ทำกินของรัฐ นโยบายชาวนามีที่นาของตน และการจัดรูปที่ดินเกษตรกรรมเป็นต้น ซึ่งเป็นนโยบายมาตราการปฎิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร เมื่อพระองค์ได้ทอดพระเนตร แล้วทรงตรัสว่า “ รัฐบาลให้กำลังใจกับเกษตรกร ทำให้พวกเขามีกำลังใจในการเพาะปลูก ผลผลิตการเกษตรจึงเพิ่มขึ้น พระองค์ท่านทรงนำเอาปรัชญาความคิดนี้มาส่งเสริมเผยแพร่ในประเทศไทย เพื่อปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทยให้ดีขึ้น

ปี ค.ศ.1975 สถานการณ์โลกผันแปร ทำให้ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสาธารณรัฐจีนกับไทยเกิดการเปลี่ยนแปลง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงตรัสกับพลเอก หม่า จี้ จ้วง เอกอัครราชทูต สาธารณรัฐจีนท่านสุดท้าย ซึ่งเข้าเฝ้าถวายลา ก่อนเดินทางกลับว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นเพียงกระดาษแผ่นเดียว กระดาษสามารถตัดขาดได้ แต่ความรู้สึกผูกพันไม่สามารถฉีกขาดได้”

แม้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย แต่ปวงประชาสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้และสถิตในดวงใจผองพสกนิกรชาวไทยตราบนิรันดร์

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นผู้นำชาวไทยก้าวไปข้างหน้ามาโดยตลอด ชาวโลกก็ได้ประจักษ์ชัดแจ้งในพระปรีชาสามารถและผลงานอันใหญ่หลวงต่อสังคมโลก

ข้าพระพุทธเจ้าในนามผู้แทนรัฐบาลสาธารณรัฐจีน ขอแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ข้าพระพุทธเจ้าและเจ้าหน้าที่สานักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม จะมุมานะพยายามร่วมกับรัฐบาลและชาวไทยในการกระชับความร่วมมือทุกด้าน เพื่อความผาสุกของประชาชนทั้งสองประเทศ

สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น อันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า ถง เจิ้น หยวน ผู้แทนรัฐบาล สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย

ที่มา : mgronline