ธนาคารกลางจีนประกาศจำกัดจำนวนเงินที่จ่ายผ่านคิวอาร์โค้ด

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่า ธนาคารกลางจีน (PBOC) ออกประกาศ จำกัดยอดการชำระเงินผ่านบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดรายวันด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

ตัวแทนจากธนาคารกลางกล่าวว่าการชำระเงินด้วยบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด มีประโยชน์และสะดวกสำหรับการจ่ายเงินที่เป็นยอดจำนวนไม่มากของประชาชนทั่วไป แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงมีปัญหาในด้านขั้นตอนการแข่งขันที่เป็นธรรมและปัญหาด้านความปลอดภัย จึงต้องมีการศึกษาและกำหนดบรรทัดฐานที่สอดคล้องขึ้น ภายใต้หลักการสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพรวมถึงกำหนดระดับการป้องกันความเสี่ยง

ธนาคารกลางจีนกล่าวว่า บาร์โค้ดแบบคงที่ (เช่นคิวอาร์โค้ดที่แปะตามผนัง) นั้นง่ายต่อการถูกดัดแปลงหรือใส่ไวรัสได้ ธนาคารกลางจึงกำหนดให้การชำระเงินผ่านบาร์โค้ดคงที่ต้องได้รับการป้องกันระดับ D ซึ่งหมายความว่าบัญชีผู้ใช้งานหนึ่งบัญชีสามารถชำระเงินผ่านบาร์โค้ดคงที่ได้ไม่เกินวันละ 500 หยวน(ราว 2,500 บาท) เช่น สามารถจ่ายเงินผ่านกระเป๋าเงินในวีแชทได้สูงสุด 500 หยวนต่อวัน แต่ถ้ากระเป๋าเงินในวีแชทเชื่อมกับบัญชีธนาคารก็จะสามารถใช้จ่าเพิ่มได้อีก 500 หยวน

แต่ถ้าหากเป็นบาร์โค้ดแบบไม่คงที่ (เช่นบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดที่สร้างขึ้นมาแบบทันทีผ่านโทรศัพท์ ซึ่งแต่ละครั้งจะมีลายไม่เหมือนกัน) ยอดสูงสุดในการชำระเงินต่อวันจะถูกแบ่งเป็น 3 ระดับ ประกอบด้วย A B และ C ซึ่งหมายถึง จำนวนเงินที่กำหนดเอง 5,000 หยวน และ 1,000 หยวน ตามลำดับ

ทั้งนี้ ข้อกำหนดดังกล่าวจะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2018 โดยผู้เชี่ยวชาญของจีนกล่าวว่า หลังจากบังคับใช้แล้ว ประชาชนทั่วไปที่ชำระเงินในชีวิตประจำวันผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ดหรือบาร์โค้ด และพ่อค้าแม่ค้ารายเล็กๆ จะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด แต่หากไปทานอาหารที่ร้านอาหารแล้วมีค่าใช้จ่ายประมาณ 600 หยวน ก็สามารถให้พนักงานที่ร้านสร้างบาร์โค้ดแบบไม่คงที่ขึ้นมาได้ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการชำระเงินผ่านโค้ด

ที่มา : Xinhuanews